วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ติดตามความก้าวหน้าการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ดำเนินงานร่วมกับกองทัพบก ในพื้นที่ ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

วันที่ 27 ก.ค. 58 ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ติดตามความก้าวหน้าการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ดำเนินงานร่วมกับกองทัพบก ในพื้นที่ ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง






ชุมชนป่าพะยอม เครือข่ายจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ใช้ข้อมูล ความรู้ และร่วมวางแผนพัฒนาโครงสร้างน้ำ บริหารจัดการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม ทำให้ชุมชนมีความสุขและภูมิใจที่สามารถจัดการน้ำด้วยตัวเองได้







วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ของกลุ่มเยาวชนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้อนรับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ และพาลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ของกลุ่มเยาวชนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ
 

เมื่อปี 2554 กรุงเทพฯ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ประชาชนประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำขังจนเน่าเสีย เป็นจุดเริ่มต้นให้กลุ่มเยาวชนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Eco Students) โดย โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ร่วมกับชุมชน 4 แห่งในพื้นที่คือ ชุมชนศาลาลอย ชุมชนคลองมะขามเทศ ชุมชนบึงหนองบอน ชุมชนหมู่บ้านเสรี สำนักงานเขตประเวศ และ บริษัทริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งในโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานราชการ และเอกชน

กลุ่มเยาวชนฯ ใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน โดยมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ภายใต้การประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ ได้เข้าไปสนับสนุนความรู้ในการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ เช่น การบำบัดน้ำเสียโดยใช้ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ การทำถังดักไขมันในครัวเรือน และเชื่อมโครงข่ายน้ำ วิเคราะห์และเริ่มดำเนินงานแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ จนเกิดผลสำเร็จในโรงเรียน และขยายผลไปสู่ชุมชน จากผลสำเร็จดังกล่าว ทำให้กลุ่มเยาวชนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558 และจะได้รับพระราชทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

และในปี 2559 นี้ กลุ่มเยาวชนโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ จะขยายผลดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ไปยังคลองสาธารณะบริเวณหมู่บ้านเสรี คลองมะขามเทศ คลองศาลาลอย รวมทั้งบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือน ก่อนไหลลงสู่บึงหนองบอน พื้นที่โครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ อีกด้วย
โอกาสนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ประกอบด้วย
- คลองอีแว คลองขุดความยาว 500 เมตร เรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน ปรับสภาพดินเปรี้ยวจนสามารถปลูกพืชผสมผสานได้ พื้นที่ทดลองบำบัดน้ำเสียด้วยวิธี "ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ" เช่น ผักตบชวา จอกหูหนู เครื่องเติมอากาศ ก่อนปล่อยลงคลองมะขามเทศ

- คลองศาลาลอย-มัสยิดอ้ามาน่าตุ้ลอิสลาม พื้นที่ขยายผลบำบัดน้ำเสีย ฟื้นฟูคลอง ติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน และจุลินทรีย์น้ำหยด

- แก้มลิงตามแนวพระราชดำริ บึงหนองบอน ติดตามสถานการณ์น้ำและคุณภาพน้ำในพื้นที่แก้มลิง รวมถึงการบริหารประตูรับน้ำเข้าและระบายน้ำออก






วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Thailand Sustainable Water Management Forum 2016

Thailand Sustainable Water Management Forum 2016

วันที่ 20 มิถุนายน 2559 มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับเอสซีจี และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงาน “Thailand Sustainable Water Management Forum 2016” ประสานความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ส่งเสริมการเรียนรู้และความจำเป็นของการบริหารจัดการน้ำ สู่หนทางป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการบริหารงานขององค์กรด้านน้ำจาก 3 ประเทศ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมที่ดี ได้แก่ ประเทศอิสราเอล กับการสร้างวัฒนธรรม ที่แข็งแกร่งให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อสำรองน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและการทำเกษตรกรรมให้มีมากเพียงพอ ประเทศสิงคโปร์ กับนโยบาย “น้ำคือความมั่นคงของประเทศ” พร้อมมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด และประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมจากข้อจำกัดเรื่องสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ราบลุ่มด้วยการสูบน้ำอย่างเป็นระบบ และการสร้างสมดุลระหว่างน้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำใต้ดินได้อย่างลงตัว เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรมที่ต้องอาศัยพึ่งพาน้ำเป็นต้นทุนที่สำคัญ ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ คือ เรามีปริมาณน้ำจากฟ้าจำนวนมาก แต่เก็บไว้ใช้ได้ในปริมาณที่น้อย โดยประเทศไทยของเรามีที่เก็บกักน้ำขนาดใหญ่ 70,400 ล้าน ลบ.ม. แต่ทั้งปีน้ำไหลลงเขื่อนเฉลี่ย 42,000 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำต่อปี มากกว่า 100,000 ล้าน ลบ.ม. และในอนาคต 10 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มว่าความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 35 ความสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำฝน ปริมาณการกักเก็บน้ำ และปริมาณการใช้น้ำให้เกิดความสมดุลให้ได้

การสร้างความสมดุลของทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า “น้ำคือชีวิต” และการบริหารจัดการน้ำ “จากภูผาสู่นที” คือต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำที่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การพัฒนารูปแบบป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การจัดการน้ำแล้งและน้ำหลากนอกเขตชลประทาน และอีกหลายแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงทำเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นต้นแบบสู่การนำไปใช้ในชุมชนได้จนประสบความสำเร็จ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ร่วมกันออกแบบและนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ถูกต้องไปใช้อย่างจริงจัง สร้างสมดุลระหว่างน้ำต้นทุนและการใช้น้ำให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อตัวเรา ประเทศของเรา และลูกหลานของเราในอนาคต







วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

70 ปี ครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ

70 ปี ครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ
มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดนิทรรศการแสดงตัวอย่างความสำเร็จการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ในงาน "70 ปี ครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ" บริเวณคลองบางสองร้อย ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 นำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของชุมชน ห้วยปลาหลด จ.ตาก หนองกุดใหญ่ จ.บุรีรัมย์ ศาลาดิน จ.นครปฐม และหนองตาจอน จ.ราชบุรี พร้อมทั้งนำผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชนหนองตาจอนมาแสดงมากมายหลายอย่าง









วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

พิธีประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด “พี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558”

พิธีประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด “พี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558”
     วันที่ 29 เมษายน 2559 ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด “พี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558” ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งมีคณะครูและนักเรียน โรงเรียนต่างๆ เยาวชน และผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมงาน


     การประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558 มีกลุ่มเยาวชนผ่านเข้าสู่รอบตัดสินจำนวน 9 กลุ่ม จากทั้งหมด 40 กลุ่ม ซึ่งคณะทำงานและกรรมการตัดสิน ได้เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มเยาวชนทั้ง 9 กลุ่มในพื้นที่ จากนั้นกลุ่มเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบได้มาเข้าร่วมกิจกรรมค่ายและพิธีประกาศผล ระหว่างวันที่ 26 – 29 เมษายน 2559 ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อนำเสนอผลสำเร็จของโครงการ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง พร้อมกับศึกษาดูงานที่โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี


     สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2558 ได้แก่ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพฯ ซึ่งโดดเด่นในเรื่องการตั้งเครือข่ายบริหารจัดการน้ำในชุมชน ร่วมฟื้นฟูทางน้ำเข้าออกของแก้มลิงหนองบอน ร่วมกันกำจัดวัชพืชและบำบัดน้ำเน่าเสีย โดยใช้ถังดักไขมันและธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ


   ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ มีกลุ่มเยาวชนได้รับรางวัล 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแกนนำเยาวชนเพาะพันธุ์กล้าไม้ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น และ กลุ่มเยาวชนคนดีศรีสวนพล ทำดีถวายในหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินงานรักษาแหล่งน้ำในชุมชนเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำหลาก โดยการสร้างฝายมีชีวิตร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอก ช่วยให้แหล่งน้ำมีระบบนิเวศดีขึ้น




     การประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และจัดประกวดต่อเนื่องมาแล้ว 7 ปี ดำเนินงานภายใต้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นโครงการที่สนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะและเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแนวพระราชดำริ เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เยาวชนได้นำเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งพัฒนาทักษะในการประสานการพัฒนากับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ เพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป










วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ และคณะทำงานเสริมสร้างความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานโครงการประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ

วันที่ 2 มี.ค. 59 มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ และคณะทำงานเสริมสร้างความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานโครงการประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ณ พื้นที่โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา จ.สกลนคร โดยกลุ่มเยาวชนร่วมกันอนุรักษ์และจัดการน้ำเสียในลำห้วยทราย ด้วยการตรวจคุณภาพน้ำและใช้ข้อมูลวางแผนงาน พัฒนากังหันเติมอากาศ ทดลองวิธีธรรมชาติบำบัดธรรมชาติด้วยผักตบชวา รณรงค์ติดตั้งถังดักไขมันในโรงอาหาร เพื่อลดปริมาณน้ำทิ้ง และเศษอาหารลงสู่ลำห้วยทราย











วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เผยแพร่แนวคิด กิจกรรม เทิด ด้วย ทำ เรียนรู้สู่การลงมือทำ ตามแนวพระราชดำริ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สถาบันบางกอกแดนซ์ สาขารัตนาธิเบศร์ ร่วมเผยแพร่แนวคิด กิจกรรม เทิด ด้วย ทำ เรียนรู้สู่การลงมือทำ ตามแนวพระราชดำริ โดยมีผู้แทนเครือข่ายเยาวชนพี่นำน้องรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ ปี 2557 และ ปี 2558 ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ให้เกิดผลสำเร็จ ด้วยการปฏิบัติจริง ณ เซ็นทรัลพลาซา สาขารัตนาธิเบศร์