วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

งานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ "พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ" จ.ขอนแก่น

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 
ถ่ายทอดตัวอย่างความสำเร็จ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ”


วันนี้ (๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗) พลเรือเอก เกาะหลัก  เจริญรุกข์ ที่ปรึกษาแผนงานเข้าใจ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” ณ ขอนแก่น ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จ.ขอนแก่น ซึ่งมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ตัวจากอย่างความสำเร็จของการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ให้กับหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เข้าร่วมงาน


พลเรือเอก เกาะหลัก กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้น้อมนำหลักการทรงงานและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นกรอบการดำเนินงาน ๓ ด้าน คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” เป็นส่วนหนึ่งของงาน “เข้าใจ” เพื่อถ่ายทอดความสำเร็จที่เกิดจากการ “พัฒนา” การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ให้สาธารณชน โดยเฉพาะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้กับท้องถิ่นตนเอง ซึ่งปัจจุบัน มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ มีเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ๕๓ ชุมชน รวมทั้งชุมชนในพื้นที่ ๖ ลุ่มน้ำ และมี ๒๘ แบบอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ที่มีความแตกต่างกันตามภูมิสังคม กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และความสำเร็จ เพื่อขยายผลไปยังชุมชนอื่น


มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนที่สนใจจากแต่ละจังหวัด เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น จะได้ถ่ายทอดความรู้และความสำเร็จที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปขยายผลสู่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำการเกษตร และนำไปปรับใช้เพื่อให้คนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” จะจัดขึ้นในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้ทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานได้อย่างทั่วถึง โดยจัดขึ้นแล้วใน ๒ ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ และภาคใต้ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗
สำหรับงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” จะจัดขึ้นอีกครั้งที่ภาคกลาง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถติดต่อขอเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ โทร. ๐ ๒๖๔๒ ๗๐๓๑ หรือ e-mail: admin@utokapat.org





วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” จ.สุราษฎร์ธานี

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ถ่ายทอดตัวอย่างความสำเร็จ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ”
วันที่(๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗) ดร.รอยล  จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ”
ณ สุราษฎร์ธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ตัวจากอย่างความสำเร็จของการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ให้กับหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่เข้าร่วมงาน
๕๓ ชุมชน รวมทั้งชุมชนในพื้นที่ ๖ ลุ่มน้ำ และมี ๒๘ แบบอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ที่มีความแตกต่างกันตามภูมิสังคม กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และความสำเร็จ เพื่อขยายผลไปยังชุมชนอื่น
ไปขยายผลสู่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำการเกษตร และนำไปปรับใช้เพื่อให้คนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” จะจัดขึ้นในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้ทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานได้อย่างทั่วถึง โดยงานสัมมนาครั้งแรกได้จัดขึ้นแล้วที่ภาคเหนือ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา


ดร.รอยลฯ กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้น้อมนำหลักการทรงงานและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นกรอบการดำเนินงาน ๓ ด้าน คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ” เป็นส่วนหนึ่งของงาน “เข้าใจ” เพื่อถ่ายทอดความสำเร็จที่เกิดจากการ “พัฒนา” การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ให้สาธารณชน โดยเฉพาะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้กับท้องถิ่นตนเอง ซึ่งปัจจุบัน มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ มีเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ

มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดงานสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนที่สนใจจากแต่ละจังหวัด เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น จะได้ถ่ายทอดความรู้และความสำเร็จที่ได้รับจากงานสัมมนา








วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านศาลาดิน จ.นครปฐม

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม
จากที่ดินพระราชทาน สู่การจัดการตามแนวพระราชดำริ


วันจันทร์ที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม” เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสำเร็จของการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ โดยมีส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมงาน

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสำเร็จของชุมชน ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ กรอบคิด กรอบงาน มาพัฒนาการจัดการน้ำชุมชนจนประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นมาศึกษาเรียนรู้ได้ โดยใช้พื้นที่จริงของชุมชน อธิบายผ่านแผนที่และภาพความเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้



พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านศาลาดิน ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม แต่เดิมชุมชนบ้านศาลาดินมีอาชีพทำนาเพียงอย่างเดียวปีละครั้ง เป็นสาเหตุให้เกษตรกรยากจน ขาดที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงปัญหา จึงได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้กับเกษตรกร จำนวน ๑,๐๐๙ ไร่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมีสำนักงานปฏิรูปที่ดินเป็นผู้ดูแลและจัดรูปที่ดินให้เกษตรกรแปลงละ ๒๐ ไร่ เริ่มเข้าทำกินได้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ชุมชนบ้านศาลาดินได้น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการทำเกษตรผสมผสานตามลักษณะภูมิสังคม สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าในอดีตมาก


ชุมชนบ้านศาลาดิน เคยประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจากสารเคมี การทิ้งขยะและน้ำเสียจากครัวเรือนสู่ลำคลอง และยังมีปัญหาน้ำท่วมที่มีระยะเวลานานขึ้น เนื่องจากลำคลองตื้นเขินและตัน ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดลง ชาวบ้านได้ร่วมกันปรับปรุงคุณภาพน้ำและเฝ้าระวังปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ติดตั้งถังดักไขมันครัวเรือน ใช้จุลินทรีย์และอีเอ็มบอลปรับสภาพน้ำ และพัฒนากังหันเติมอากาศในน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลมหาสวัสดิ์ ได้ร่วมกับชุมชนขยายผลการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วทั้งตำบล โดยดำเนินการขุดลอกคลองในตำบลมหาสวัสดิ์ทุกคลอง เพื่อให้น้ำในระบบไหลเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและระบายน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้น ผลจากการดำเนินงาน ทำให้ปัจจุบันเรือสามารถสัญจรได้ตลอดทุกคลองในตำบลมหาสวัสดิ์ และชาวบ้านสามารถนำน้ำไปใช้ในการอุปโภคและการเกษตรได้อย่างสะดวก หมดปัญหาเรื่องผักตบชวาและน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ระบบนิเวศในลำคลองต่างๆ ดีขึ้น อีกทั้งลำคลองและภาพรวมของชุมชนมีความเรียบร้อยสวยงาม






วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย

 พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย


วันอังคารที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ดร.รอยล  จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย” เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสำเร็จของการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยมีนายวิรัตน์  ลิ้มสุวัฒน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่ร่วมงาน


มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับจังหวัดหนองคาย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย เปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสำเร็จของชุมชน ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ กรอบคิด กรอบงาน มาพัฒนาการจัดการน้ำชุมชนจนประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นมาศึกษาเรียนรู้ได้ 
โดยใช้พื้นที่จริงของชุมชน อธิบายผ่านแผนที่และภาพความเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่ที่ชุมชนตำบลเวียงคุก อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นชุมชนที่ดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยชาวบ้านได้ช่วยกันปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างน้ำในพื้นที่ สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ ฟื้นคืนความสมดุลสู่ธรรมชาติ จนเกิดเป็นระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจขึ้น นั่นคือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีดอกบัวแดงงอกงามขึ้นมาในหนองน้ำสาธารณะของชุมชน และบานงดงามเต็มผืนน้ำ กลายเป็นที่มาของคำว่า “วังบัวแดง”




วังบัวแดง มีพื้นที่ราว ๔,๗๖๘ ไร่ ครอบคลุม ๒ ตำบล ได้แก่ ตำบลเวียงคุกและตำบลปะโค เดิมมีชื่อเรียกว่า หนองเบ็น-หนองบ่อ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านในละแวกนั้นใช้เพื่อการเกษตร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำแห่งนี้ นอกจากจะมีดอกบัวแดงบานสะพรั่งในช่วงเช้าตรู่จนถึงเที่ยงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วยังมีสัตว์น้ำมากมายเจริญพันธุ์ เช่น ปลาช่อน ปลาขาว ปลาตะเพียน ปลากราย  เป็นแหล่งทำประมงขนาดย่อมเพื่อการยังชีพประจำถิ่นอีกด้วย  ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้จะหล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบวังบัวแดง ให้เกิดความหวงแหน อนุรักษ์ และพึ่งพาธรรมชาติ ได้อย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป



วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ค่ายระดับประเทศและพิธีประกาศผล โครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2556

ค่ายระดับประเทศและพิธีประกาศผล โครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2556
ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2556 ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร  อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี



มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย จัดโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ.2556 เพื่อคัดเลือกกลุ่มเยาวชนที่มีการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริ รับรางวัลถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีประกาศผล

 รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนตรังคริสเตียน จ.ตรัง
 รางวัลรองชนะเลิศ 1 โรงเรียนสตรีพัทลุง จ.พัทลุง   รางวัลรองชนะเลิศ 2 โรงเรียนสายธรรมจันทร์ จ.ราชบุรี


กิจกรรมภายในงาน

ร่วมทำกิจกรรมภายในโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และรับฟังบรรยายการดำเนินงาน


ศึกษาดูงาน ณ โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ