วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กิจกรรมค่ายและพิธีประกาศผลการประกวดโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2557

 


วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2558 นายรอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีประกาศผลการประกวด “พี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ.2557”
ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งมีคณะครู เยาวชน และผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วม




 

 

 
 

การดำเนินงานโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ พ.ศ. 2557 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเมื่อ ปี พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ จัดตั้งมูลนิธิอุทกพัฒน์ขึ้นพร้อมกับพระราชทานพระมหากรุณาให้มูลนิธิฯ อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางดำเนินงานของมูลนิธิฯ โดยเฉพาะในการบริหารจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ได้โอนย้ายภารกิจมาดำเนินงานภายใต้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556
เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้ในการจัดการทรัพยากรน้ำของโรงเรียนและ/หรือชุมชน
 

 




 

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา การประกวดพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ ได้จัดกิจกรรมค่าย
รอบประเมิน เมื่อเดือนตุลาคม 2557 โดยมีกลุ่มเยาวชนผ่านการประเมินเข้าสู่รอบตัดสิน จำนวน 10 กลุ่ม จากทั้งหมด 30 กลุ่ม โดยคณะทำงานและกรรมการตัดสิน ได้เดินทางติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มเยาวชนทั้ง 10 กลุ่ม และได้มาเข้าร่วมกิจกรรมค่ายและพิธีประกาศผล ระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤษภาคม 2558 ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อนำเสนอผลสำเร็จของโครงการ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ร่วมกับรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ของปี 2554 และ ปี 2556 รวม 4 กลุ่ม ได้แก่ โรงเรียนป่าพะยอมพิทยา จ.พัทลุง / โรงเรียนสารภีพิทยาคม จ.เชียงใหม่ / โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษา จ.ตรัง และ โรงเรียนสายธรรมจันทร์ จ.ราชบุรี โดยกลุ่มเยาวชนรุ่นพี่ และรุ่นน้อง จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน พร้อมกับ ศึกษาดูงานที่โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี
 



การจัดกิจกรรมค่ายในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย บริษัทบุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยผลการตัดสิน ประกอบด้วย
รางวัลชมเชย ได้รับเช็คเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท และเกียรติบัตรแสดงความยินดี จำนวน 6 รางวัล ได้แก่
 

 

 

1) โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 (สมาน สุเมโธ) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
2) โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
3) มหาวิทยาลัยสยาม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
4) โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
5) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
6) โรงเรียนปะทิววิทยา อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่รางวัลจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ / เช็คเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท และเกียรติบัตรแสดงความยินดี ได้แก่


1.กลุ่มเยาวชนรักษ์ม่วงชุม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ดำเนินงานฟื้นฟูพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเพื่อปลูกในพื้นที่ป่าต้นน้ำและลำห้วยม่วงชุม เสริมการทำงานของคณะกรรมการน้ำชุมชน ดำเนินงานมาเป็นปีที่สาม จนเกิดความร่วมมือระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ประยุกต์ใช้แผนที่และเทคโนโลยีการจัดการน้ำ เชื่อมต่องานจากรุ่นสู่รุ่น

2.โรงเรียนเมืองกระบี่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ดำเนินงานเยาวชนคนรักษ์คลองกระบี่ใหญ่ แบ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นในพื้นที่อุทยานเขาพนมเบญจา และตรวจวัดคุณภาพน้ำ ขยายเครือข่ายไปยังรุ่นน้องและโรงเรียนใกล้เคียง เพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์คลองกระบี่ใหญ่






รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับโล่รางวัลจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ / เช็คเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท และเกียรติบัตรแสดงความยินดี ได้แก่ โรงเรียนป่าพะยอมพิทยา อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ดำเนินงานรักษ์น้ำคลองป่าพะยอม โดยขยายพื้นที่การอนุรักษ์ฟื้นฟูไปยังต้นน้ำ ด้วยการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ใช้พืชธรรมชาติบำบัดน้ำเสีย ขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



รางวัลชนะเลิศ ได้รับเช็คเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และเกียรติบัตรแสดงความยินดี ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ดำเนินงานร่วมกับชุมชนจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำ และเสริมระบบแหล่งน้ำ พัฒนาคุณภาพน้ำ และประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมสร้างเครื่องตะบันน้ำ เพื่อให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 


 
 
 




วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

รับมอบเงิน สนับสนุนจากโครงการ AVEDA Run For Water - Charity RUN

นายรอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  รับมอบเงิน สนับสนุนจากโครงการ AVEDA Run For Water - Charity RUN ให้สองขากับหนึ่งแรงเพื่อสายน้ำ จำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ











วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ร่วมชมการแสดงการกุศล "Don Quixote" และ "Broadway Express"

นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ให้เกียรติเป็นประธานร่วมชมการแสดงการกุศล "Don Quixote" และ "Broadway Express" ณ โรงละครอักษรา ชั้น 3 คิงพาวเวอร์






วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปีพุทธศักราช 2558 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์



     วันนี้ (24 มีนาคม 2558) เวลา 10 นาฬิกา สมเด็จพระเทพรัตราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ.2558 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ


     โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นำผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ จำนวน 55 คน เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานเข็มที่ระลึกของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ




     จากนั้น ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ.2558 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์


     มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเงินทุนจัดตั้ง พระราชทานชื่อมูลนิธิ และทรงรับเป็นมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มาถ่ายทอด และสนับสนุนให้ชุมชนสามารถดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำ แบบพึ่งตนเอง น้อมนำหลักการทรงงาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ให้ชุมชนเข้าใจถึงหลักการบริหารจัดการน้ำ ตามแนวพระราชดำริ เน้นพัฒนาจากล่างขึ้นมาข้างบน มีตัวอย่างความสำเร็จจากชุมชนต่างๆ พร้อมให้ชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ความสำเร็จ ระหว่างเพื่อนถึงเพื่อน ผ่านพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ จัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เพื่อขยายผลความสำเร็จออกไป 

     มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ทำงานร่วมกับชุมชนในลักษณะของเครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และความสำเร็จเพื่อขยายผลไปยังชุมชนใกล้เคียง โดยมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ เป็นคนกลางช่วยประสานและสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนเข้าใจตนเอง ร่วมกันแก้ไข พัฒนาและบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งส่งเสริมและประสานความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งน้ำ ร่วมกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมกันพัฒนาน้ำ จากระดับชุมชน เป็นเครือข่าย และขยายไปสู่ระดับลุ่มน้ำ สามารถบรรเทาปัญหาน้ำของพื้นที่ และรวมกลุ่มตัวอย่างทำเกษตรได้ผลผลิตตลอดปี ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น 

ผลงานปี 2557
     ผลดำเนินงานที่สำคัญของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ในปี พ.ศ. 2557 ได้ดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ที่มีความสามารถเป็นชุมชนแกนนำ ขยายผลความสำเร็จ จำนวน 55 ชุมชน และ ชุมชนใน 6 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำอิง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำปิง-วัง ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำปัตตานี ซึ่งสามารถสรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้
     งาน “เข้าใจน้ำ”  ชุมชนเข้าใจตนเอง เข้าใจพื้นที่ นำแนวพระราชดำริ ไปปรับใช้ เกิดผลสำเร็จการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน สามารถเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตัวอย่างความสำเร็จ ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ขยายผลจาก 55 ชุมชน และชุมชนใน 6 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง-วัง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำอิง ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำปัตตานี เกิดเครือข่ายชุมชน 341 พื้นที่ เกิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ จัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ 7 พื้นที่
     งาน “พัฒนาแหล่งน้ำ” ร่วมกับกองทัพบก หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน ให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ช่วยลดปัญหาอุทกภัย พ้นภัยแล้ง และเพิ่มปริมาณน้ำสำรอง มีผู้รับประโยชน์ 81,320 ครัวเรือน พื้นที่เกษตร 486,750 ไร่ เกิดมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรในฤดูแล้ง 1,190 ล้านบาทต่อปี และพื้นที่กักเก็บน้ำสำรองเพิ่มขึ้น 17.85 ล้านลูกบาศก์เมตร เช่น งานพัฒนาอ่างเก็บน้ำหนองกุดใหญ่ ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ในปี พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ให้กรมชลประทานพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำในลำชีน้อย และโครงการฝายกั้นน้ำบึงกุดใหญ่ ตามแนวพระราชดำริ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ร่วมกับภาคประชาชน สร้างความเข้าใจ ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของ หวงแหน ช่วยกันดูแล ร่วมกันคืนที่ดินที่เคยบุกรุกอ่างเก็บน้ำ จากที่เหลือ ประมาณ 200 ไร่ กลับคืนมาเป็นสาธารณะประโยชน์ รวม 777 ไร่  ได้รับประโยชน์ 2 ตำบล และจะขยายสู่ 5 ตำบล

แผนงานปี 2558
     แผนงานเด่น ปี 2558 มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำปิง กับเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ฉบับประชาชน ดำเนินงานพัฒนาและขยายเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำเนินงานพัฒนาต่อเนื่องร่วมกับกองทัพบก แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่กว๊านพะเยาทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงกว๊านพะเยา และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำทะลน้อย จ.พัทลุง